ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลทำผลกระทบที่สหรัฐอาจใช้มาตรการกีดกันการค้ากับไทย เตรียมนำไปหารือกับเอกชนในสัปดาห์หน้า
 
 
          นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเร่งทำสมมติฐานผลกระทบหากสหรัฐใช้มาตรการจัดการกับไทยแก้ปัญหาขาดดุลการค้า  ซึ่งมีทั้งคาดว่าจะเกิดผลกระทบกับการค้า การลงทุนของไทยในระดับรุนแรง ปานกลาง และไม่รุนแรง รวมถึงในสัปดาห์หน้าจะหารือกับภาคเอกชนที่ทำการค้า การลงทุนกับสหรัฐ เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
 
 
         “เบื้องต้นคาดการณ์ว่าสหรัฐน่าจะใช้มาตรการอะไรที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของไทยอย่างรุนแรง เพราะไทยไม่ใช่เป้าหมายที่จะจัดการ แต่บังเอิญไทยได้ดุลการค้าสหรัฐ จึงต้องทำอย่างเท่าเทียมกันทุกประเทศ สหรัฐคงไม่เลือกปฏิบัติที่จะดำเนินการกับประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ อีกทั้งทุนสหรัฐลงทุนในไทยมหาศาลหากรัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการใดๆ กับไทย ก็จะกระทบต่อทุนสหรัฐในไทยด้วย”นายสนธิรัตน์ กล่าว
 
 
          นอกจากนี้ นโยบายของไทยยังไม่เข้าเงื่อนไขที่สหรัฐกล่าวอ้างกับประเทศ อื่นๆ ที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ โดยเฉพาะนโยบายแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่า เพื่อหวังผลด้านการค้า ซึ่งรัฐบาลไทยไม่เคยดำเนินนโยบายแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อให้อ่อนค่า มีแต่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไก อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐใช้มาตรการใดๆ ก็ตามกับไทยโดยไม่เป็นธรรม ไทยสามารถเจรจาหรือชี้แจงกับสหรัฐได้อยู่แล้ว
 
 
          นายสนธิรัตน์ ชี้แจงว่า ส่วนประเด็นปัญหาที่ไทยมีต่อสหรัฐ และกังวลว่าสหรัฐอาจออกมาตรการมาซ้ำเติม คือ ทรัพย์สินทางปัญญา ที่สหรัฐอ้างว่าไทยยังแก้ปัญหาล่าช้า และไทยเกรงว่าสหรัฐอาจออกมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้าจากไทย ซึ่งที่ผ่านมาการที่สหรัฐจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษ ทำให้ไทยเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการละเมิดอย่างเต็มที่ มีการออกกฎหมาย และแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ  เพื่อป้องกันการละเมิด จนทำให้การขายสินค้าละเมิดเบาบางลงมาก
 
 
          "ถ้าการทบทวนสถานะในปีนี้ สหรัฐจะให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับบลิวแอลต่ออีกปีก็ไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องตาย ถ้าเราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น หลายประเทศอย่างจีน ยุโรป ก็ยังมองว่าไทยน่าลงทุน  และมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา”นายสนธิรัตน์ กล่าว
 
 
         นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไทยมักซื้อจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐนั้น เป็นธรรมดาที่ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าที่ราคาถูกกว่า สินค้าของประเทศใดแพงก็ไม่ซื้อ  โดยสินค้าที่ไทยซื้อถูกกว่าของสหรัฐ 2-3 เท่า ส่วนกรณีการขาดดุลการค้านั้นยังไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการ เพียงแต่มีรายงานจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์)  เกี่ยวกับการประเมินผลด้านการค้าของสหรัฐที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศที่ระบุว่า ปี 2559 สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้ากับไทยมูลค่า 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้น 8.7% หรือ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2558
 
 
 
 
ที่มา :  โพสต์ทูเดย์  วันที่  6  เมษายน  2560