นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐ และโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ
 
 
          โดยในส่วนของโครงการบ้านประชารัฐ ให้แก้ไขให้ยกเลิกคุณสมบัติที่ต้องเป็นผู้ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมาก่อน ถึงแม้จะเคยมี แต่ได้ขายไปแล้วก็ตาม เปลี่ยนเป็นปัจจุบันต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย หรือเคยมีแต่ขายแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ และแก้ไขไม่ต้องนำราคาประเมินที่ดินมาร่วมพิจารณาจากเดิมการพิจารณาจะคิดจากที่อยู่อาศัยรวมราคาประเมินที่ดิน ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
 
 
          ส่วนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ได้ปรับปรุงแก้ไข แบ่งเป็นโครงการให้เช่าระยะสั้น (Rental) แก้ไขจากให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมาก่อน และรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือน เป็นแค่รายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือนเพียงอย่างเดียว และโครงการให้เช่าระยะยาว (Leasehold) จากให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์มาก่อน เป็นไม่ต้องมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยก็เข้าร่วมโครงการได้
 
 
          นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือแบงก์รัฐที่เข้าร่วมโครงการทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ,ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ควรพิจารณาหามาตรการส่งเสริมมาตรการสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัย(Pre Finance) เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการมากขึ้น หลังจากใน 1 ปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ธนาคาร ได้ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยไปเพียง 3 ราย คิดเป็น 257 ล้านบาทเท่านั้น จากวงเงินสินเชื่อทั้งหมด 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการเอกชนขนาดใหญ่สามารถออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนเองได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยออกหุ้นกู้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับดอกเบี้ยของรัฐที่ 3-4% แต่ออกหุ้นกู้เป็นอัตราคงที่ ซึ่งทำให้ไม่จูงใจผู้ประกอบการให้มาขอสินเชื่อกับธนาคาร
 
 
          ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ที่ปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนที่ต้องการกู้ซื้อบ้าน มีการอนุมัติแล้ว 1.36 หมื่นราย คิดเป็น 1.13 หมื่นล้านบาท หรืออีก 75% ส่วนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐในรอบแรกมีผู้มายื่นใช้สิทธิ์ 406 ราย จากยอดลงทะเบียน 2,322 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติเพียง 388 รายเท่านั้น
 
 
“การปรับปรุงคุณสมบัติทั้งโครงการบ้านประชารัฐและโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น หลังจากคุณสมบัติก่อนหน้านี้พบปัญหาเงื่อนไขแรก เข้มงวดเกินไป เพราะบ้างคนเคยมีบ้านแต่ได้ขายไปแล้ว ก็ไม่ผ่านคุณสมบัติ ทำให้แก้ไขว่าปัจจุบันต้องไม่มีบ้านเท่านั้น” นายกอบศักดิ์ กล่าว
 
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าครม.ยังเห็นชอบสร้าง โครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต หรือ Futurium ตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายใต้กรอบงบประมาณปี 2560 วงเงิน 2,076 ล้านบาท โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯดำเนินการทั้งด้านการก่อสร้าง ตกแต่งอาคารสถานที่ จัดทำโครงสร้างนิทรรศการและงานระบบต่างๆ รวมทั้งพัฒนานิทรรศการบางส่วน ในกรอบวงเงิน 1,600 ล้านบาท และดำเนินการขอรับการสนับสนุนเงินนอกงบประมาณมาสมทบเพิ่มเติมวงเงิน 476 ล้านบาท สำหรับรูปแบบการลงทุนนั้น ให้ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในกิจการประเภทดังกล่าวเข้ามาร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว
 
 
 
ที่มา :  แนวหน้า  วันที่  19  เมษายน 2560