กกพ.เคาะขึ้นค่าไฟฟ้า (เอฟที) งวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค.ขึ้น 12.52 สตางค์ต่อหน่วย ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 ปี 7 เดือน กางตัวเลขต้องขึ้นจริงถึง 17.83 สตางค์ต่อหน่วย แต่ดึงเงินสารพัดช่วยกดลง ชี้ปัจจัยหลักมาจากราคาก๊าซอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำใจงวดต่อไปยังขึ้นต่อเนื่อง
 
 
          คนไทยเตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าไฟเพิ่ม ทั้งนี้ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ในฐานะโฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ว่า กกพ.ได้พิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ที่จะเรียกเก็บในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. อีก 12.52 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลเฉลี่ยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จากที่ต้องเสียค่าไฟฟ้าฐานและค่าเอฟทีเดิมรวม 3.3827 บาทต่อหน่วย ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.5079 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยนับเป็นการปรับขึ้นค่าไฟครั้งแรกรอบ 2 ปี 7 เดือนนับตั้งแต่ เดือน ก.ย.2557
 
 
          นายวีระพลกล่าวว่า ทั้งนี้ จากการคำนวณค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. ข้อเท็จจริงต้องปรับขึ้น 17.83 สต.ต่อหน่วย แต่ กกพ.ได้บริหารจัดการเพื่อไม่ให้มีความผันผวน ด้วยการปรับลดค่าเชื้อเพลิง ในช่วงที่แหล่งก๊าซยาดานาหยุดซ่อมบำรุง เมื่อวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย. เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง ส่งผลให้สามารถลดค่าเอฟทีลงได้ 1.05 สต.ต่อหน่วย และนำเงินค่าปรับ ค่าชดเชยต่างๆที่ได้จากการบริหารสัญญา จัดหาเชื้อเพลิงและสัญญาซื้อไฟฟ้าต่างๆของโรงไฟฟ้าเอกชนได้อีก 3,000 ล้านบาท มาลดค่าเอฟทีได้อีก 4.26 สต.ต่อหน่วย ค่าเอฟทีในงวดนี้ จึงขึ้นเพียง 12.52 สต.ต่อหน่วย
 
 
          นายวีระพลกล่าวต่อว่า ค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นนี้ หากคำนวณผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟประเภทบ้านที่อยู่อาศัย 26.17 ล้านครัวเรือน พบว่าจะมีค่าใช้จ่ายขึ้นไม่มาก  โดยครัวเรือนที่ใช้ไฟต่ำกว่า 150 หน่วยต่อเดือน มี 16.7 ล้านครัวเรือน เฉลี่ยใช้ไฟ 37 หน่วยต่อเดือน จะต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นเดือนละ 4 บาท ขณะที่บ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป มีอยู่ 9.5 ล้านครัวเรือน ใช้ไฟเฉลี่ย 276 หน่วยต่อเดือน จะจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เดือนละ 16.50 บาทต่อเดือน สำหรับปัจจัยที่ทำให้ค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.ปรับขึ้นมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นมาอยู่ที่  244.58 บาทต่อล้านบีทียู หรือปรับขึ้น 9.35 บาทต่อล้านบีทียู และน้ำมันดีเซลปรับราคาเพิ่มขึ้น 0.09 บาทต่อลิตร และยังคาดว่าความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าระหว่างเดือน พ.ค.-ส.ค.เพิ่มขึ้น
 
          “แนวโน้มค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. ยังคงมีทิศทางปรับขึ้นอีกจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.นี้ เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นขาขึ้น เพราะราคาก๊าซธรรมชาติจะสะท้อนราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 8-12 เดือน ขณะนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกทยอยปรับขึ้น โดยจะเห็นว่าการคำนวณค่าไฟฟ้าที่ผ่านมาได้สะท้อนตามกลไกราคาเชื้อเพลิงมาโดยตลอด เพราะเมื่อราคาน้ำมันปรับลงก็ได้มีการลดค่าไฟฟ้าในช่วงที่ผมเข้ามาเป็นกรรมการ กกพ.ถึง 58 สต.ต่อหน่วย”
 
 
          อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ยกตัวอย่างการคำนวณ ภาระค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นครั้งนี้ เช่น กรณีที่ใช้ไฟเฉลี่ย 37 หน่วยต่อเดือน  ราคาเดิมเคยจ่ายหน่วยละ 3.3827 บาท เท่ากับต้องจ่ายค่าไฟ เดือนละ 125.159 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่ค่าไฟอัตราใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นหน่วยละ 3.5079 บาท ก็จะจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 129.792 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นั่นหมายถึงว่าจะจ่ายค่าไฟเพิ่มเพียงเดือนละ 4 บาทเท่านั้น หากประชาชนต้องการทราบหรือคำนวณว่าแต่ละเดือนจะต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าไร เพียงเอาค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้น 12.52 สต. คูณด้วยจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือน
 
 
 
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์  วันที่  20  เมษายน  2560