“บอร์ดEEC” ลุยสร้างรถไฟทางคู่เชื่อม3ท่าเรือหลักแหลมฉบัง สัตหีบ มาบตาพุด สั่ง”รฟท.-สนข.” ศึกษาแผน พร้อมต้อนรับนักลงทุนจีน ด้าน”คมนาคม” เตรียมขอเพิ่มวงเงินเวนคืนที่ดินรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า เพิ่ม 243 ล้านบาท
 
 
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.)กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมการต้อนรับนักลงทุนจีน ฮ่องกง กว่า 60 ราย นำโดยสภาการค้าแห่งฮ่องกงที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย หลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะเยือนฮ่องกงและจีนสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนจีน ฮ่องกง ต่างสนใจลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ของไทย ทั้งด้านการบิน ท่าเรือ และโครงการกำจัดขยะ
 
 
         โดยเมื่อวานนี้ (8 พ.ค.60) ทางรัฐบาลได้จัดงานเสวนาชี้แจงแผนการลงทุน ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ถนนวิทยุ เพื่อชี้แจงแผนการลงทุนด้านต่าง ๆ และจัดเวทีหารือแยกเป็นรายกลุ่ม รวมทั้งการลงทุนระหว่างสำนักงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกกับสภาการค้าแห่งฮ่องกง (SKTDC) เพื่อแสดงเจตจำนงค์การลงทุนกับไทยและความร่วมมือด้านต่างๆ แก่นักลงทุน ก่อนจะนำคณะนักลงทุนจีนเข้าพบนายกรัฐมนตรี
 
 
กรศ.ได้เห็นชอบแผนการสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมโยงท่าเรือหลัก 3 แห่ง ประกอบด้วย ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสัตหีบ และท่าเรือมาบตาพุด
 
 
 
 
 
          โดยมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) การท่าเรือสัตหีบ ไปจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟทางคู่เชื่อมโยง 3 ท่าเรือหลัก และพัฒนาระบบขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย EEC โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
 
 
          นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ รฟท.และ กทท.ร่วมกันศึกษาออกแบบปรับปรุงสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟที่โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 3 เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเน้นการใช้ระบบขนถ่ายสินค้าอัตโนมัติ เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางระบบรางปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 2 % โดยพึ่งการขนส่งสินค้าทางถนนถึง 80% ขณะที่มาตรฐานโลกพึ่งพาขนส่งสินค้าทางถนน 40% ระบบราง 30% และทางน้ำ 30%
 
 
          ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบประกาศให้จัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (อีอีซีดี) มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศึกษาความเหมาะสมของโครงการเพิ่ม เพื่อให้มีส่วนในการสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่น การผลิตบุคลากรแรงงานคุณภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย และมีมาตรการเยียวยาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกำหนดให้มีแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตส่งเสริมและแผนที่แนวเขตที่ชัดเจน รวมถึงแผนการเผยแพร่ผลการศึกษาเพื่อรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพิจารณาครั้งต่อไป
 

 

          ด้านนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รฟท.จะเสนอครม.เพื่อของบเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมอีก 243 ล้านบาท ในโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร ซึ่งมีวงเงินก่อสร้าง1หมื่นล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เนื่องจากกรอบวงเงินที่ขอไว้เดิมไม่สอดคล้องกับราคาที่ดินในปัจจุบันที่มีราคาสูงขึ้น โดยโครงการมีกำหนดจะเปิดบริการทั้งเส้นทางในเดือน ก.พ. 2562ทำให้จะต้องมีการขอเพิ่มวงเงินเวนคืนที่ดิน โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะเสนอรายละเอียดกลับมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในสัปดาห์หน้า

 

 

ที่มา : ดีดี พรอพเพอร์ตี้  วันที่  9  พฤษภาคม  2560