จับตาบ้านจัดสรรระดับราคาตํ่า 5 ล้านบาทในกรุงเทพมหานครส่อสูญพันธุ์ ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์สชี้พิษราคาที่ดินแพง จากโครงการรถไฟฟ้า ทำผู้ประกอบการหันไปขึ้นโครงการคอนโดมิเนียม พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค-ศุภาลัย ชี้ตลาดบ้านเดี่ยวกลุ่มนี้ยังไปได้ แต่ต้องขยายออกไปพัฒนาโครงการในปริมณฑลแทน
 
 
           ที่ดินในกรุงเทพมหานครมีราคาแพงขึ้นทุกปีส่งผลให้โครงการบ้านจัดสรรในกรุงเทพ มหานครมีราคาสูงขึ้นและกระจายออกไปอยู่ในพื้นที่รอบเมืองชั้นนอกมากขึ้น หรือถ้าอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าก็จะมีราคาขายสูงมากและจำนวนหน่วยมีไม่มาก แบบที่เห็นกันในโครงการที่อยู่ไม่ไกลจากแนวเส้นทางรถไฟฟ้า
 
 
 
          นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าเดิมโครงการบ้านจัดสรรในกรุงเทพ มหานครส่วนใหญ่เปิดขายกันที่ระดับราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาทต่อหน่วย โดยอยู่ในช่วงประมาณ 3-5 ล้านบาทมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29% ของบ้านจัดสรรทั้งหมดที่เปิดขายในกรุงเทพมหานคร แต่ในช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของบ้านจัดสรรที่มีระดับราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาทเริ่มมีน้อยลง แต่ยังสูงถึง 61% ต่างจากก่อนหน้านี้ที่โครงบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงตํ่ากว่า 5 ล้านบาทมากกว่า 70%
 
 
          ผู้ประกอบการที่ยังต้องการพัฒนาโครงการที่มีระดับราคา ตํ่ากว่า 5 ล้านบาทต่อหน่วยก็จำเป็นต้องเลือกทำเลที่อยู่พื้นที่ที่ไกลออกไป หรือเลือกทำเลที่อยู่ในปริมณฑลทดแทนทำเลในกรุงเทพฯ ส่งผลบ้านจัดสรรในระดับราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาทจึงมีจำนวนมากขึ้นในปริมณฑล รวมไปถึงโครงการบ้านจัดสรรที่มีราคาขายมากกว่า 5 ล้านบาทด้วย พื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานครอาจจะพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ได้น้อยลง เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นตามการขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งในอนาคตจะมีโครงข่ายครอบ คลุมกรุงเทพมหานครมากขึ้นกว่าปัจจุบัน
 
 
 
 
          ปัจจุบันบ้านจัดสรรระดับราคามากกว่า 5 ล้านบาทในกรุงเทพฯมีโครงการเปิดขายอยู่ทั้งหมด 50 โครงการ จำนวนรวมทั้งหมด 27,100 หน่วยและมีอัตราการขายที่ประมาณ 70% จากจำนวนทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 78% รองลงมาคือทาวน์เฮาส์ 11% และโฮมออฟฟิศ 6% โดยโครงการบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะอยู่พื้นที่กรุงเทพฯรอบนอกแม้จะมีราคาสูงก็ตาม ส่วนทาวน์เฮาส์มีหลายโครงการที่อยู่ในพื้นที่ไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน แต่ราคาขายก็เริ่มสูงขึ้นจากในอดีตเช่นกัน เพราะเมื่อมีเส้นทางรถ ไฟฟ้าที่ต่อขยายไปยังพื้นที่ชานเมืองราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น ที่ดินที่มีราคาสูงขึ้นก็ไม่สามารถนำมาพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ในระดับตํ่ากว่า 5 ล้านบาทได้ ผู้ประกอบการ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไปพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ ที่มีราคาขายมากกว่า 5 ล้านบาทเพื่อให้สอดคล้องกับราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น
 
 
         ด้านนายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการบริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บ้านแนวราบระดับราคา 5 ล้านบาทในกทม. ปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว เนื่องจากราคาที่ดินแพงจากรถไฟฟ้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการแนวราบต้องขยับออกไปพัฒนาทำเลปริมณฑลที่ราคาที่ดินถูกกว่า อย่างนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ฯลฯ แทน แต่การเดินทางสามารถเชื่อมต่อกทม.ได้ ล่าสุด พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์ เฟค พัฒนาบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวา ราคากว่า 5 ล้านบาท ขณะที่ในเขตกทม.ราคาบ้านเดี่ยวตํ่าสุดที่บริษัทเปิดขายทำเลร่มเกล้าราคาตํ่าสุดอยู่ที่ 6 ล้านบาท อย่างไรก็ดีมองว่าตลาดแนวราบโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป ยังไปได้ เพียงแต่ต้องขยับออกไปอยู่ปริมณฑล
 
 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม
 
 
          ขณะที่นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) สะท้อนว่าตลาดบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 ล้านบาทยังไปได้ดี แต่ทำเลจะอยู่รอบนอกถนนวงแหวนรอบนอก และปริมณฑลเช่น นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ซึ่งที่ดินราคาไม่ควรเกิน 10,000 บาทต่อตารางวา ส่วนภายในวงแหวน และขยับเข้ามาในเมืองราคาขายต่อหน่วยจะสูง 7-8 ล้านบาทขึ้นไป แต่หากเป็นทาวน์โฮม บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ราคาอยู่ที่ 4-5 ล้านบาทเช่นกัน บางทำเลหาซื้อไม่ได้ เนื่องจากราคาที่ดินขยับสูง ด้วยปัจจุบันรถไฟฟ้าขยายหลายเส้นทางและส่วนใหญ่ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียมกันมาก
 
 
          “ปัจจุบันค่อนข้างทำยาก ที่ดินแพงจากรถไฟฟ้า ผู้ประกอบการต้องเน้นพัฒนาคอนโดในเมือง ขณะที่คนยังต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เป็นบ้านแนวราบยังมีค่อนข้างมาก ส่วนทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม บ้านแฝด ในเมืองกทม.ราคา 4-5 ล้านบาท แทบหาไม่ได้แล้ว
 
 
 
 
 
 
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,310 วันที่ 2 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560