เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น ขณะที่อุปสงค์ในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่รายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน จึงต้องคงนโยบายการเงินอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป
 
 
เศรษฐกิจดีเกินคาดแต่รายได้ไม่ถึงคนจน
          กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยว ด้านการบริโภคภาคเอกชนเติบโตต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ส่งผ่านได้อย่างทั่วถึง รายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจึงยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน รวมทั้งกลุ่ม SMEs อาจยังไม่ได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ด้านการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจแม้ชะลอลงบ้าง
 
 
          ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสดและราคาพลังงานที่ทยอยปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิต รวมถึงผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่อาจมีต่อค่าจ้างแรงงานในระยะข้างหน้า โดยคาดว่าจะเข้าสู่กรอบเงินเฟ้อเป้าหมาย 1-4% ในช่วงกลางปี 2561
 
 
        เงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทรงตัว ส่วนเงินบาทเทียบกับสกุลคู่ค้าคู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในอนาคตอัตราแลกเปลี่ยนจะยังมีแนวโน้มผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดย กนง. มองว่าควรติดตามสถานการณ์ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
 
 
 
จับตา 6 ปัจจัยเสี่ยง กระทบเศรษฐกิจไทย 
          เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้านที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับการประชุมครั้งก่อน (27 กันยายน 2560) ซึ่งอาจสร้างความเปราะบางให้กับเสถียรภาพของระบบการเงินได้ ได้แก่ 1. นโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ 2. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ 3. ความสามารถชำระหนี้ของธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) 4. พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (search for yield) ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน เช่น การลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยังเติบโตสูง รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น 5. การดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก และ 6. สถานการณ์แรงงานต่างด้าว
 
 
อีไอซี คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% ถึงปี 61
        Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อเนื่องถึงปี 2561 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวแบบไม่ทั่วถึง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป แม้จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย อีกทั้งความไม่แน่นอนของปัจจัยที่จะช่วยผลักดันอัตราเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ เช่น ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองต่อราคาน้ำมันดิบ และผลของมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่อค่าจ้าง
 
 
       นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปีน่าจะมีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าผลกระทบอาจลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในระยะต่อไป การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะยังคงมีแรงต้านจากการบริโภคที่ยังคงขยายตัวอย่างช้า ๆ ปัญหาหนี้สูง และความเสี่ยงจากการเมืองในประเทศ
 
 
       อย่างไรก็ตาม กนง. จะมีการปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจของปี 2560 และปี 2561 ใหม่ รวมทั้งการประเมินว่ามาตรการช้อปช่วยชาติจะส่งผลดีต่อการบริโภคในประเทศมากน้อยแค่ไหน ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2560 ในวันที่ 20 ธันวาคม 2560
 
 
 
 
ที่มา : ดีดี พรอพเพอร์ตี้  วันที่  10 พฤศจิกายน  2560