ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอายุของประชากรอย่างมาก โดยจากผลการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า ระหว่างปี 2553-2583 สัดส่วนของประชากรวัยเด็ก และวัยแรงงาน มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่สัดส่วนของประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราการเพิ่มของประชากรโดยรวมจะมีแนวโน้มลดลงจนติดลบในช่วงปี 2568-2573 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นผลจากอัตราเจริญพันธุ์ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ในระยะ 10-20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะขาดแรงงานเป็นจำนวนมากจนอาจต้องพึ่งแรงงานจากต่างประเทศมากขึ้น
 
 
ส.อ.ท. กระตุ้นรัฐส่งเสริมการมีบุตร 
          สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่า ผู้หญิงและผู้ชายแต่งงานช้าลง โดยผู้หญิงจะอยู่ในช่วงอายุ 34-35 ปี ผู้ชาย 40 ปี ต่างจากสมัยก่อนที่ผู้หญิงอายุ 22-23 ปี และผู้ชาย 25 ปี และยังพบว่าเมื่อแต่งงานแล้วไม่ต้องการมีลูก หรือมีเพียง 1 คน ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ในระยะ 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะขาดแคลนแรงงานคุณภาพ อาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพจากประเทศต่างๆ อาทิ ฟิลิปปินส์ที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน หรือเวียดนามที่มีประชากรกว่า 93 ล้านคน ทั้งนี้ ภาครัฐจะต้องเร่งออกมาตรการส่งเสริมให้มีการแต่งงานและมีลูกมากขึ้น โดยเฉพาะประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป
 
 
 
 
สรรพากรหนุนคนไทยมีลูกคนที่ 2 เพิ่มลดหย่อน 6 หมื่น/ปี
           ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเพิ่มค่าลดหย่อนสำหรับคนที่มีบุตรให้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีบุตรเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสังคมไทยนิยมมีลูกน้อยลง ส่งผลให้ประชากรวัยเด็กลดลง และทำให้ไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนชรา ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ จะกลายเป็นปัญหาทางสังคม คนวัยแรงงานจำนวนน้อย ต้องแบกรับภาระดูแลคนสูงอายุจำนวนมาก
 
 
           ทั้งนี้คาดว่า การแก้ไขประมวลรัษฎากรในเรื่องค่าลดหย่อนบุตรน่าจะเริ่มใช้ในปีภาษี 2561 เป็นต้นไป มีผลยื่นแบบแสดงรายการภาษีเดือนมกราคม-มีนาคม 2562 ขณะนี้ได้ส่งตัวร่างให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังพิจารณาแล้ว ซึ่งตามกฎหมายกรมสรรพากรในปัจจุบันให้ค่าลดหย่อนบุตร สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรตามสายเลือดได้ 3 หมื่นบาท/คน/ปี โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร และทั้งสามีและภรรยาสามารถนำค่าลดหย่อนนี้ไปหักลดหย่อนภาษีได้คนละ 3 หมื่นบาท (ไม่ต้องหารครึ่งระหว่างสามีและภรรยา) จากเดิมก่อนหน้านี้กฎหมายเคยกำหนดว่า การหักลดหย่อนบุตรได้ไม่เกิน 3 คน
 
 
           นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายในเรื่องการลดหย่อนบุตรดังกล่าวที่จะเริ่มใช้ในปีหน้านั้นจะเป็นอีกครั้งที่กรมสรรพากร เพิ่มแรงจูงใจให้คนมีบุตรมากกว่า 1 คน คือ สำหรับบุตรคนแรก จะได้รับการลดหย่อนตามเดิมคือ 3 หมื่นบาท/ปี แต่สำหรับบุตรตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไป จะสามารถหักลดหย่อนได้คนละ 6 หมื่นบาท/ปี เมื่อตั้งครรภ์แล้วและไปฝากท้องกับโรงพยาบาลก็จะให้ค่าลดหย่อนในกรณีฝากครรภ์อีก 6 หมื่นบาท/ปี
 
 
            อย่างไรก็ตาม นอกจากการเร่งกระตุ้นให้ประชาชนมีลูกแล้ว ภาครัฐยังได้ส่งเสริมให้นายจ้างมีการจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้นผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยให้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างสำหรับการจ้างงานบุคลากรผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ตบเท้าเข้าร่วมโครงการดังกล่าว อาทิ บิ๊กซี เทสโก้โลตัส กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มเดอะมอลล์ และอิเกีย ถือเป็นการช่วยกันแก้ปัญหาแรงงานที่มีแนวโน้มจะขาดแคลนยิ่งขึ้นในอนาคต
 
 
 
 
ที่มา :  ดีดี พรอพเพอร์ตี้ วันที่ 7 ธันวาคม 2560